ความคลาดเคลื่อนในการวัด

ทฤษฎีคะแนนจริงเป็นโมเดลง่าย ๆ สำหรับการวัด แต่อาจจะไม่สามารถสะท้อนความถูกต้องในความเป็นจริงได้ โดยเฉพาะการสังเกตองค์ประกอบของคะแนนจริงรวมกับค่าความคลาดเคลื่อนอย่างสุ่ม แต่มันสมเหตุสมผลหรือ? อะไรจะเกิดขึ้นถ้าความคลาดเคลื่อนทั้งหมดไม่ได้เป็นไปอย่างสุ่ม? มันเป็นไปได้หรือไม่ว่าความคลาดเคลื่อนบางส่วนจะเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบสำหรับคนส่วนใหญ่หรือทั้งกลุ่ม วิธีหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับข้อสังเกตที่จะปรับปรุงแก้ไขโมเดลของคะแนนจริง ด้วยการแบ่งองค์ประกอบของความคลาดเคลื่อนเป็น 2 องค์ประกอบย่อย คือความคลาดเคลื่อนอย่างสุ่ม (random error) และความคลาดเคลื่อนอย่างมีระบบ (systematic error) เราจะดูความแตกต่างระหว่างความคลาดเคลื่อน 2 ชนิดนี้ และพยายามวินิจฉัยผลที่มีต่องานวิจัย

ความคลาดเคลื่อนอย่างสุ่มคืออะไร

ความคลาดเคลื่อนอย่างสุ่มเกิดจากหลายองค์ประกอบที่เกิดจากการวัด เช่น อารมณ์ของแต่ละคนสามารถเพิ่มหรือลดความสามารถในการปฏิบัติของเขาในแต่ละโอกาสโดยเฉพาะในการสอบ เด็กบางคนอารมณ์ดี แต่บางคนก็อารมณ์ไม่ดี ถ้าอารมณ์ดีการปฏิบัติของเขาก็อาจจะได้คะแนนสังเกตสูงขึ้นกว่าเด็กบางคนที่อารมณ์ไม่ดี สิ่งสำคัญเกี่ยวกับความคลาดเคลื่อนอย่างสุ่มคือผลหรือความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นไม่มีความคงที่ตลอดทั้งกลุ่มตัวอย่าง มันจะทำให้คะแนนสังเกตสูงหรือต่ำอย่างสุ่ม หมายความว่า ถ้าความคลาดเคลื่อนอย่างสุ่มมีการกระจาย ผลรวมของความคลาดเคลื่อนจะเป็นศูนย์ เนื่องจากความคลาดเคลื่อนมีค่าทั้งเป็นบวกและเป็นลบ คุณสมบัติที่สำคัญของความคลาดเคลื่อนอย่างสุ่มคือข้อมูลจะมีการกระจายมากขึ้น ซึ่งจะไม่มีผลต่อค่าเฉลี่ยของกลุ่ม

ความคลาดเคลื่อนอย่างเป็นระบบคืออะไร

ความคลาดเคลื่อนอย่างเป็นระบบเกิดจากหลายองค์ประกอบที่มีผลกระทบต่อการวัดอย่างเป็นระบบของตัวแปรในกลุ่มตัวอย่าง เช่น เสียงดังรบกวนจากภายนอกห้องขณะนักเรียนทำข้อสอบ เสียงรบกวนมีผลต่อคะแนนของนักเรียนทุกคน กรณีนี้คะแนนการสอบของทุกคนจะต่ำอย่างมีระบบ ไม่เหมือนความคลาดเคลื่อนอย่างสุ่ม สำหรับความคลาดเคลื่อนอย่างมีระบบมีแนวโน้มจะคงที่ทั้งทางบวกหรือทางลบ ด้วยเหตุนี้ ความคลาดเคลื่อนอย่างมีระบบนี้บางครั้งก็พิจารณาเป็น ความลำเอียง (bias) ในการวัด




บรรณานุกรม
Trochim, William M.K. Research Methods Knowledge Base. 2nd Edition. http://trochim.human.cornell.edu/kb/. 1999.

เอกสารชุดนี้จัดทำโดย : ฉัตรศิริ ปิยะพิมลสิทธิ์. พฤษภาคม ๒๕๔๕